พระสุพรรณกัลยา

posted on 21 Apr 2007 21:23 by cutieparade

พระสุพรรณกัลยา ทรงเป็นพระราชธิดาใน สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เเละ พระวิสุทธิกษัตรีย์ เเละเป็นพระพี่นางใน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จพระเอกาทศรถ ประสูติที่เมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ. 2095 เชื่อว่าพระนามเดิม คือ "องค์ทอง" ได้รับการกล่าวขานว่าทรงมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยอมเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เป็นองค์ประกันแทน พระอนุชา ในคราวสงครามครั้งเสียกรุงครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2112 โดยได้ถวายตัวเป็นพระมเหสีใน พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (พระเจ้าบุเรงนอง) เเละมีพระธิดา 1 องค์ทรงพระนามคือเมงอทเว เชื่อว่าเป็นพระมเหสีที่พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดปราน โดยทรงจัดให้สร้างวังไทยขึ้นในพระราชวังที่หงสาวดี ภายหลังจากที่พระเจ้าบุเรงนองสวรรคต พระเจ้านันทบุเรง ขึ้นครองราชย์แทน พระนางจึงกลายเป็นพระมเหสีในพระเจ้านันทบุเรงตามประเพณี และมีพระโอรส 1 พระองค์(ไม่ปรากฏพระนาม)ภายหลังจากที่มหาอุปราชามังกะยอฉะวาสิ้นพระชนม์ขาดคอช้างในปี พ.ศ. 2135 จากการทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้านันทบุเรงมีความพิโรธมาก จึงใช้พระแสงขรรค์สังหารพระนางและพระโอรสสิ้นพระชนม์ ขณะที่พระโอรสพระชนมได้ 8 เดือน

พระสุพรรณกัลยา ถูกกล่าวถึงเป็นข่าวในปี พ.ศ. 2541 โดย พ.ญ. นลนี ไพบูลย์ ประธานบริษัทกิฟฟารีน มีศรัทธาในพระนางโดยอ้างว่าได้ปฏิธรรม และนั่งสมาธิระลึกเห็นพระนาง จนเป็นที่กล่าวขานอย่างกว้างขวางในคราวนั้น และได้มีการวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์ว่าพระนางมีจริงหรือไม่ และมีรูปลักษณ์อย่างไร เพราะหลักฐานบางพงศาวดารก็มิได้มีการกล่าวถึงแต่ประการใด

พระสุพรรณกัลยา ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระมหาธรรมราชา และ พระวิสุทธิกษัตรีย์เป็น พระพี่นางของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จ พระเอกาทศรถ สมภพเมื่อวันเสาร์ ปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๐๙๕ ณ พระราชวังจันทน์เมืองพิษณุโลก (บริเวณที่ตั้ง โรงเรียนพิษณุโลก พิทยาคมในปัจจุบัน) พระองค์เป็นวีรสตรี ผู้กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทรงเสียสละความสุขส่วน พระองค์ ยอมพลัดพรากจากแผ่นดินไทย ไปเป็นองค์ประกัน ณ กรุงหงสาวดีเพื่อแลกกับ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จ พระเอกาทศรถ ต่อมาได้ทรงสิ้นพระชนม์ชีพใน แผ่นดินพม่าอย่างไร้พิธีอันสมพระยศ ความเสียสละอัน ใหญ่หลวงของ พระองค์ ในครั้งนั้น เป็นผลทำให้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกลับมากอบกู้ เอกราช ของชาติไทยได้สำเร็จ วีรกรรมดังกล่าวของพระสุพรรณกัลยา จึงสมควรได้รับ การเทิดพระเกียรติ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้นสืบไปตลอดกาลนาน สถานที่สักการะบูชา "พระอนุสาวรีย์ พระสุพรรณกัลยาณี" ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (กองทัพภาคที่ ๓) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

หลังสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก เมื่อปี พุทธศักราช ๒๑๑๒ พระนาง และพระอนุชาทั้งสองพระองค์ ได้ถูกพระเจ้าบุเรงนอง กวาดต้อนไปเป็นเชลย ยังเมืองหงสาวดีพร้อมด้วย พระมหินทราธิราชเจ้าเหนือหัวแต่พระมหินทราธิราช เสด็จสวรรคตที่เมืองอังวะเสียก่อนพม่าจึงแต่งตั้งให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครอง กรุงศรีอยุธยา ในขณะที่โอรสและธิดายังเป็นเชลยอยู่ เพื่อเป็นองค์ประกันป้องกัน การคิดทรยศของฝ่ายไทยทั้งสามพี่น้องอยู่ที่หงสาวดีถึง ๖ ปี จึงได้กลับมา กรุงศรีอยุธยาครั้งหนึ่ง

เมื่อพระนางมีพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ด้วยเหตุที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เกิดความพึงใจในพระสิริโฉมของพระสุพรรณกัลยา จึงมาสู่ขอจากพระมหาธรรมราชาและนำกลับไปอภิเษกเป็นพระชายา ณ เมืองหงสาวดี ต่อมาพระนางได้ออกอุบายทูลขอให้พระอนุชาทั้งสองพระองค์กลับสู่กรุงศรีอยุธยา โดยอ้างว่าเพื่อไปช่วยพระบิดารับศึก พระยาละแวกแห่งเขมร พระสุพรรณกัลยามีสภาพเหมือนถูกทอดทิ้งให้ผจญกรรมเพียงลำพังกับไพร่พลเล็กน้อยในท่ามกลางหมู่อริราชศัตรูทั้งสิ้น แต่กระนั้นพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองก็ทรงมีพระเมตตา รักใคร่ สิเนหาแก่พระสุพรรณกัลยาอยู่ไม่น้อยและด้วยบารมีแห่งพระสุพรรณกัลยา ได้ปกแผ่คุ้มครองแก่คนไทยที่ตกเป็นเชลยอยู่ในเมืองพม่า มิให้ได้รับความลำบาก ต่อมามังไชยสิงหราช(นันทบุเรง) โอรสของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นผู้มักมากในกามคุณและต้องการเป็นใหญ่ จึงร่วมมือกับชายาชาวไทยใหญ่นามว่า "สุวนันทา" วางแผนชิงราชสมบัติและแย่งอำนาจ ทำให้พระเจ้าบุเรงนองตรอมพระทัย และ สวรรคตอย่างกระทันหัน

เมื่อพระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์เกิดความวุ่นวาย เนื่องด้วยการไม่ยอมรับของพระญาติวงศ์หลายฝ่าย ทำให้พระเจ้านันทบุเรงเกิดความหวาดระแวง กอปรด้วยรู้ว่ามีการรวบรวมไพร่พลเตรียมการกู้ชาติของพระนเรศวรและพระเอกาทศรถทางเมืองไทยจึงสั่งจับจองจำพระมารดาเลี้ยง(พระสุพรรณกัลยา) และพระธิดาองค์แรกของพระนางให้อดอาหารลงโทษทัณฑ์ทุบตีโบยอย่างทารุณ ในขณะที่พระนางทรงครรภ์แปดเดือนจนพระธิดาสิ้นพระชนม์ จากนั้นก็ทำทารุณกรรมต่อพระนางอีกจนอ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรง แล้วใช้ดาบฟันฆ่าพระนาง พร้อมด้วยทารกในครรภ์

แม้ร่างกายของพระนางสิ้นสูญแล้ว ก็ยังไม่เป็นที่สาแก่ใจของพระเจ้านันทบุเรง แม้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ก็ถูกกระทำพิธีทางไสยศาสตร์ตราสังรัดตรึง ไม่ให้วิญญาณกลับสู่เมืองไทยให้วนเวียนอยู่อย่างทุกข์ทรมานนานนับร้อยปี ...

ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ หลวงปู่โง่น โสรโย แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวกอำเภอ ตะพานหินจังหวัดพิจิตร ได้รับกิจนิมนต์จากพระมหาปีตะโกภิกขุ ให้ไปช่วยงานด้านประติมากรรม ซ่อมแซมรูปลายฝาผนังเมืองพะโค(หงสาวดี) ประเทศพม่า ในขณะนั้นประเทศพม่ามีเหตุการณ์ทางการเมืองภายในเกี่ยวกับสมณศักดิ์ พระภิกษุ หลวงปู่โง่นพลอยต้องอธิกรณ์โทษการเมืองไปด้วย กลับเมืองไทยไม่ได้ ระหว่างถูกกักบริเวณท่านใช้เวลาในการฝึกจิตกำหนดตัวแฝงและพลังแฝงในกายได้ สามารถติดต่อกับโลกวิญญาณ และได้เข้าถึง กระแสพระวิญญาณ ที่สื่อสารต่อกัน กล่าวว่าท่านเคยเป็นนายทหารช่างสร้างบ้านเรือนทั้งยังเคยถูกพม่ากวาดต้อนไปพร้อมกับพระนางในครั้งนั้นเคยเป็นข้ารับใช้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ กรุงธนบุรี พระสุพรรณกัลยาได้ขอร้องให้หลวงปู่โง่น ช่วยแก้พันธนาการ ทางไสยศาสตร์เพื่อดวงพระวิญญาณของพระองค์จะได้กลับไปเมืองไทย และให้นำภาพลักษณ์ของพระองค์ อันเกิดจากกระแสพระวิญญาณ เผยแพร่ให้แก่ชาวไทย ผู้ลืมพระองค์ท่านไปแล้ว พระองค์จะกลับมาทำคุณประโยชน์ ช่วยเหลือประเทศ ชาติทั้งยังปณิธานจะกลับมาอุบัติเป็น เจ้าหญิงในปัจฉิมสมัยของวงศ์กษัตริย์ไทย จะสร้างบารมีประกอบคุณความดี เพื่อให้อยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งประเทศด้วย เหตุเพราะคนไทยลืมคุณกู้ชาติของพระองค์ ที่ยอมสละความสุขในชีวิต เพื่อให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถมีโอกาสกู้ชาติบ้านเมืองได้สำเร็จ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หลวงปู่โง่น โสรโย และท่านพลโทถนอม วัชรพุทธ แม่ทัพกองทัพภาคที่ ๓ ได้ร่วมมือกันสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระสุพรรณกัลยามีขนาดเท่าองค์จริง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ ริมฝั่ง แม่น้ำน่านในบริเวณ "ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ใกล้กับพระบรมราชานุสาวรีย์ พระอนุชาทั้งสองพระองค์ โดยได้นำส่วนของสรีระเช่นกระดูกฟัน และเครื่องประดับของมีค่าบางอย่างที่ขุดค้นได้จากแหล่งฝังพระศพของพระนางนำมาบรรจุในพระอุระของพระรูปด้วย เพื่อให้ชาวไทยทุกคน ได้มีโอกาสเคารพ สักการะ วีรสตรี ผู้เสียสละยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด เพียงให้สยามไทย ได้คงอยู่ชั่วฟ้าดิน .

- geocities.com/wnccnm.geo/

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (187.53.61.105|187.53.61.105) on 2014-07-23 23:47

กล้าหาญสุด ใจเย็น ฉลาดด้วย

#2 By Sweet Connie on 2008-01-23 15:46

พระนางทรงกล้าหาญมากค่ะ

#1 By MZ (125.24.249.169) on 2007-10-05 12:06