โรค Spinocerebellar Degeneration

posted on 14 May 2008 21:28 by cutieparade in Other

เราดูเรื่องบันทึกน้ำตา 1 ลิตรแล้วอินน่ะ พอดีในวิกิพีเดีย มีเรื่องนี้อยู่ด้วย เลยเอามาฝากกัน

เรื่องย่อ บันทึกน้ำตา 1 ลิคร

"1 Litre of Tears" เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจากไดอารี่ของ คิโตะ อายะ  ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคที่ชื่อว่า "Spinocerebellar Degeneration" แกนสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆของร่างกาย ให้ทำงานตามที่เราคิด เมื่อแกนนี้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการผิดปกติ โดยจะเริ่มไม่สามารถควบคุมร่างกายให้เดินอย่างปกติได้ อาจจะทำให้เซไปเซมา ต่อมาก็จะทำให้การกะระยะด้วยสายตา คลาดเคลื่อน ทำให้เห็นวัตถุใกล้หรือไกลกว่าความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีผลกับการหยิบจับสิ่งของ แม้การเขียนก็จะเป็นไปอย่างลำบากมากขึ้น ส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มไม่ทำงานตามที่เราต้องการ จนถึงระยะสุดท้ายที่แม้แต่การพูดก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่ออ้าปาก ก็ไม่สามารถบังคับให้ลมผ่านกล่องเสียงออกมาได้ โดยขณะที่ส่วนต่างๆของร่างกายนั้นไม่ทำงาน สมองของผู้ป่วยยังคงเป็นปกติทุกประการ รับรู้และเข้าใจ สภาวะรอบด้าน แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือโต้ตอบได้อย่างที่ต้องการ และไม่สามารถรักษาให้หายได้

โรคของอายะถูกตรวจพบเมื่อเธออายุได้ 15 ปีเท่านั้น อายะได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับ อาการของโรค และความรู้สึกของเธอลงไปในไดอารี่ ตั้งแต่ที่เริ่มป่วยไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตที่อาการของโรคหนักขึ้นจนเธอไม่สามารถที่จะหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบันทึกได้อีกต่อไป...

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการ (Spinocerebellar ataxia, สไปโนซีรีเบลลาร์ อทาเซีย; เรียกโดยย่อ: SCA, เอสซีเอ หรือ สคา) เป็นโรคทางพันธุกรรมโรคหนึ่งซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหนทางเยียวยา ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพไปโดยช้ากระทั่งหมดสิ้น ทั้งนี้ อาการของภาวะนี้แตกต่างกันไปตามแต่กายภาพของผู้ป่วย

ภาพรวมของโรค

[ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการเป็น]โรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางลักษณะด้อย ซึ่งทำให้สมองน้อย ไขสันหลัง และระบบประสาทนอกส่วนกลาง (ซึ่งอยู่บริเวณไขสันหลัง) ของผู้ป่วยทำงานผิดปรกติ
อาการของโรคนี้มักเริ่มปรากฏตั้งแต่ผู้ป่วยยังอยู่ในวัยเด็ก (childhood) ก่อนวัยเริ่มเจริญพันธุ์ (puberty) อาการของโรคประกอบด้วยภาวะการไม่ประสานกันของท่าเดิน (unsteady gait) อาการพูดไม่เป็นความ (dysarthria) และอาการตากระตุก (nystagmus) การค้นคว้าอื่น ๆ ระบุว่าอาการของโรคยังประกอบไปด้วยภาวะกระดูกสันหลังโกงคด (kyphoscoliosis) ภาวะนิ้วเท้างุ้ม (hammer toe) โรคหัวใจ (heart disease) และภาวะส่วนโค้งเท้าสูงขึ้น (high arches) โดยปรกติมักมีโรคหัวใจเลือดคั่ง (congestive heart failure) แทรกซ้อนขึ้นมาด้วย ยังไม่มีหนทางเยียวยาโรค กับทั้งการพยากรณ์โรค (prognosis) ก็กระทำได้ยาก

การถ่ายทอดทางพันธุกรรม: ลักษณะด้อย

(นิยามตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2540)
พจนานุกรมศัพท์แพทยศาสตร์ของศูนย์ศึกษามะเร็งแห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล

เนื่องจากบทนิยามของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 แล้ว ดังนั้นผู้อ่านพึงทราบว่า ปัจจุบัน (พ.ศ. 2551)

  1. จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ทั้งลักษณะเด่นและลักษณะด้อย ไม่ใช่เพียงลักษณะด้อยตามที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลระบุไว้ข้างต้น
  2. การพยากรณ์โรคสามารถกระทำได้โดยง่ายดายแล้ว

อาการของโรค

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการเป็นความผิดปรกติทางพันธุกรรมประเภทหนึ่ง อาการเด่นชัดได้แก่ภาวะการไม่ประสานกันของท่าเดิน (gait incoordination) ภาวะนี้จะปรากฏโดยช้าและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งภาวะการไม่ประสานกันของมือทั้งสอง การพูด และการเคลื่อนไหวของดวงตา รวมทั้งภาวะสมองฝ่อ (cerebral antrophy) จะตามมา

อาการของภาวะนี้แตกต่างกันไปตามแต่กายภาพของผู้ป่วย อย่างไรก็ดี ความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพของผู้ป่วยจะเสื่อมทรามลงตามลำดับและสูญเสียไปในที่สุด โดยในระหว่างนั้นการประสานกันของอวัยวะร่างกายต่าง ๆ จะผิดปรกติไปดังกล่าวข้างต้น

ความสามารถในการเคลื่อนไหวอวัยวะใดจะสูญเสียไปบ้างขึ้นอยู่กายภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพ (ataxia, หรือภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ) แต่ระบบจิตใจและความคิดไม่ได้สูญเสียไปด้วย


คิโตะ อายะตอนที่พูดไม่ได้แล้ว

การรักษาและการพยากรณ์โรค

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาผู้ป่วยเป็นภาวะนี้ และไม่มีวิธีฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยให้กลับเป็นปรกติเช่นเดิมได้ แต่ยังสามารถบรรเทาความรุนแรงของอาการได้อยู่

ผู้ป่วยเป็นภาวะนี้จะลงเอยด้วยการเคลื่อนไหวโดยใช้เก้าอี้รถเข็น (wheelchair) และสุดท้ายต้องมีผู้ช่วยเหลือในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

หนทางบรรเทาความรุนแรงของอาการได้แก่การใช้อุปกรณ์ภายนอกช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองมากที่สุดเท่าที่กระทำได้ เช่น ไม้เท้า (cane) ไม้ยันรักแร้ (crutch) เครื่องช่วยเดิน (walker) และหรือเก้าอี้รถเข็นสำหรับการเคลื่อนไหว กับทั้งอุปกรณ์ช่วยเขียน ช่วยป้อนอาหาร และช่วยดูแลผู้ป่วยในกรณีที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวของมือ ตลอดจนอุปกรณ์ช่วยติดต่อสื่อสารในกรณีที่สูญเสียความสามารถของขากรรไกรล่างด้วย

ในกรณีที่ภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุทางพันธุกรรม (hereditary) หรือไม่รู้สาเหตุ (idiopathic) มักปรากฏอาการอื่นในผู้ป่วยด้วยนอกเหนือไปจากการสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพดังกล่าว เป็นต้นว่า อาการสั่น (tremor) ภาวะซุ่มซ่าม (stiffness) ภาวะซึมเศร้า (depression) ภาวะหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (spasticity) และภาวะผิดปรกติของการนอนหลับ (sleep disorders) ซึ่งจำต้องมีการเยียวยารักษาอาการเพิ่มเติมดังกล่าวด้วยแล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะความผิดปรกติจากการผลิตซ้ำของโพลีกลูตาไมน์ ไตรนิวคลีโอไทด์ (Trinucleotide repeat disorders, trinucleotide repeat expansion disorders, triplet repeat expansion disorders หรือ codon reiteration disorders) อันเป็นความผิดปรกติทางพันธุกรรมเพราะนิวคลีโอไทด์ผลิตตนเองซ้ำ ๆ มากกว่าปรกติและเกินความต้องการของร่างกาย หากการผลิตดังกล่าวมีขึ้นเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะดังกล่าวได้เร็วขึ้นและมีการดำเนินโรคและอาการทางคลินิกมากขึ้น

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยภาวะนี้ต้องอาศัยความรู้ทางพันธุศาสตร์และประสาทวิทยาอย่างมาก เพราะอาจสับสนกับโรคทางประสาท (neurological condition) อื่นๆ ได้ เป็นต้นว่า โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis)

วิธีหนึ่งในการวินิจฉัยภาวะนี้ได้แก่การใช้เครื่องฉายภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กตรวจวิเคราะห์สมอง หากป่วยเป็นภาวะนี้จริงจะพบว่าสมองน้อยของผู้ป่วยฝ่อลงอย่างเห็นได้ชัด

การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดได้แก่การตรวจโครงสร้างทางพันธุกรรมของผู้ป่วย วิธีนี้ยังสามารถใช้ตรวจวิเคราะห์เด็กว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคทางพันธุกรรมนี้มากน้อยเพียงไรได้

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการยังมีความสัมพันธ์กับภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุประสาทก้านสมองพิการ (Olivopontocerebellar atrophy) โดยภาวะแรกบางชนิดเป็นภาวะที่สองบางชนิดอีกด้วย การจัดชนิดของโรคที่ทับซ้อนกันอยู่ดังกล่าวนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน

ทายกรรม

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการซึ่งเกิดเพราะกรรมพันธุ์สามารถจำแนกได้โดยรูปแบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และโดยยีนต้นเหตุ (causative gene) หรือโลคัสบนโครโมโซม (chromosomal locus)

Free Image Hosting at www.ImageShack.us Free Image Hosting at www.ImageShack.us

ภาวะนี้สามารถสืบทอดได้ทางพันธุกรรมลักษณะเด่น (autosomal dominant) ลักษณะด้อย (autosomal recessive) หรือแบบเชื่อมโยงตามเพศ (sex-linkage)

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการที่ถ่ายทอดแบบลักษณะเด่น เมื่อบุคคลได้รับยีนผิดปรกติเพียงหนึ่งยีนจากบิดาหรือมารดาก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้ถึงร้อยละห้าสิบ เช่นเดียวกับบุตรของผู้ป่วยซึ่งก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้ถึงร้อยละห้าสิบ

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการที่ถ่ายทอดแบบลักษณะด้อย ได้แก่ 1) ภาวะเฟรเดค (Friedreich ataxia) 2) ภาวะหลอดเลือดฝอยพอง (ataxia-telangiectasia) 3) ภาวะขาดวิตามินอี (ataxia with vitamin E deficiency) 4) ภาวะประสาทกล้ามเนื้อตาเสียการรู้ปฏิบัติ (ataxia with oculomotor apraxia; AOA) และ 5) ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spastic ataxia)

ความชุกของโรค

ภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยและไขสันหลังพิการพบได้น้อยมากในโลกนี้ และในประเทศไทยเองก็ด้วย

กรณีเด่น

  1. นายกลิน วอร์สนิป (Glyn Worsnip) (2 กันยายน 2481—7 มิถุนายน 2539) : ผู้ประกาศข่าวชาวบริติชแห่งสถานีโทรทัศน์บีบีซีซึ่งป่วยเป็นภาวะนี้ชนิดที่ 19 (เอสซีเอ-19) และมีอาการพูดไม่เป็นความ (dysarthria) ในระหว่างประกาศข่าว ทำให้ถูกผู้ชมร้องเรียนต่อสถานีและถูกไล่ออกตามลำดับ นายกลินได้จัดสร้างรายการโทรทัศน์ชื่อ "อะโลนวอยซ์" (A Lone Voice) เกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการฯ ออกอากาศทางบีบีซี
  2. นางสาวอะยะ คิโต (Aya Kitō) (19 กรกฎาคม 2505—23 เมษายน 2531) : เด็กสาวชาวญี่ปุ่นซึ่งเขียนบันทึกประจำวันเกี่ยวกับประสบการณ์การป่วยเป็นภาวะนี้ของเธอ ภายหลังจากการตายของอะยะ บันทึกดังกล่าวได้รับการพิมพ์เผยแพร่ชื่อว่า "อิชิริตโตะรุโนะนะมิดะ" (Ichi Rittoru no Namida, น้ำตาหนึ่งลิตร) และได้รับการดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ชื่อเดียวกัน ซึ่งละครเรื่องดังกล่าวได้ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ชื่อไทยว่า "บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร" ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551
  3. ครอบครัวอูลาส (Ulas Family) : เป็นครอบครัวชาวตุรกีประกอบไปด้วยสมาชิกสิบเก้าคน สมาชิกห้าคนป่วยเป็นภาวะนี้ทำให้สูญเสียความสามารถในการเดิน พวกเขาจึงเดินในอาการคลานด้วยเข่าและมือทั้งสี่ข้าง สถานีโทรทัศน์บีบีซีได้จัดทำสารคดีชื่อ "เดอะแฟมิลีแดตวอกส์ออนออลโฟส์" (The Family That Walks On All Fours) เกี่ยวกับชะตาชีวิตของครอบครัวนี้ ออกอากาศในสหราชอาณาจักรเมื่อ พ.ศ. 2549

 
ครอบครัวอูลาส

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ ^_^

กำลังต้องใช้ทำงานอยู่พอดี อิอิ

Hot! Hot! Hot!

#32 By ต้นมะลิ on 2010-06-15 20:02

บังเอิญมากเลยคะ
เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันเลย
แต่คนละแนวเลย 55+

ละเอียดมากๆค่ะ
ข้อมูลดีมากๆ ขอบคุณนะคะHot! Hot!

#31 By Rainbows ☆ Chaser on 2008-09-06 01:30

เพิ่งดุวันนี้ตอนแรก น้ำตาไหลเลย
อินสุดๆ ขอบคุณข้อมูลมาก

#30 By Standing Still on 2008-05-19 22:33

ข้อมูลปึ้กเลยค่ะ

น้องท่อเคยดูเวอร์ชั่นญี่ปุ่นซับไทย ดูแล้วเศร้ามาก
สงสารอายะ

ถ้าจำไม่ผิดเป็นความผิดปกติของ cerebelumมั้งค่ะ

confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ

#29 By ป้า ท่อ on 2008-05-15 22:47

Hot!
เป็นโรคที่สะเทือนใจมากค่ะTAT
อาม่าเราก็เป็น แต่ว่าเป็นโรคคล้ายๆกับโรคนี้
เรื่องน้ำตาหนึ่งลิตรนั่น
แค่ลิตรเดียวไม่พอหรอกค่ะ พอมาเจอกับคนใกล้ตัว ก็กลายเป็นน้ำตาหมื่นลิตรไปแทน

#28 By PARAkeet on 2008-05-15 22:28

Hot!
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลมาก ๆ ค่ะ
กำลังติดตามเรื่องนี้พอดี ^^

#27 By OGAMI-san on 2008-05-15 20:31

น่าสงสารมาก ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐอย่างแท้จริง ขอบคุณข้อมูลมากค่ะ

#26 By l3lackbunny on 2008-05-15 19:24

น่าสงสารคนป่วยนะ ได้ดูละครเรื่องนี้ด้วย เศร้าangry smile

#25 By 2spot studio on 2008-05-15 15:50

Hot! Hot! น่าสนใจมากค่ะconfused smile

#24 By (^_^)/nana on 2008-05-15 15:30

แวะมาตอบข้างบน...

สไปโนซิริเบลลาร์ ดีเจเนอเรชั่นครับ
(อ่านตามความเข้าใจของคนไทย ถ้ามีคำที่ถูกต้องกว่านี้รบกวนท่านอื่นช่วยชี้แจงด้วยครับ)

#23 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2008-05-15 14:36

ดูหนังแล้วสงสารคนเป็นโรคนี้อะT^T
ชื่อโรคยาวจัง มันอ่านว่าอะไรนะ ==;

มีสาระดีค่ะ ชอบๆ เอาไปเลย
Hot! Hot!

#22 By All Su on 2008-05-15 13:48

เรื่องนี้ดูทีไรก็น้ำตาซึมทุกที
แบบหนังจะเศร้า แบบซ๊รี่ส์ รักอาซาโตะ
กะจะอัฟบลอคหัวข้อนี้แล้วละเน้อ
ขอบคุณสำหรับความรู้จ้ะ

#21 By ★๐Zerellenz๐★ on 2008-05-15 12:56

เป็นโรคที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยครับ

#20 By Why Me? on 2008-05-15 12:46

มาเก็บความรู้ฮะ confused smile

#19 By ปิงกรู on 2008-05-15 12:38

เจ๋งHot!

#18 By . on 2008-05-15 12:34

Hot! ดูเรื่องนี้ร้องไห้ทุกตอนเลย
เพิ่งรู้นะว่ามันเป็นโรคทางพันธุกรรม
ขอบคุณสำหรับรายละเอียดค่ะ

#17 By MamiLuv on 2008-05-15 12:33

โอ้ เห็นปุ๊บ กดปั้บ

เรื่องนี้เคยได้ยินชื่อมานาน แต่ก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งได้ข่าวว่า ไทยทีบีเอสจะเอามาฉายเลยรอดู

อินจนน้ำตาซึมเลยล่ะ 555

ตอนที่เราได้ยินบทบรรยายตั้งแต่เริ่มละครนะ เราก็คิดเลย "เป็นแบบนี้ ขอตายดีกว่าฟ่ะ!-*-" แล้วพอมาดูอายะจังที่พยายามเต็มที่ แม้จะเสียกำลังใจไปมาก ก็คิดว่า เด็กผู้หญิงคนนี้นี่ เท่ห์ชะมัด!!

แต่ว่านะ ซวยชะมัดเลยอ้ะ มันเป็นโรคทางพันธุกรรมด้วยซิ-*-" เลี่ยงไม่ได้เลยนั่น

บล็อกนี้สาระเยอะดีจังค่ะ ขอแอดนะคะ

ขอบคุณค่ะ ที่อธิบายเรื่องเกี่ยวกับโรคนี้ซะละเอียด เอาดราก้อนบอลไปเล้ยยHot! surprised smile

#16 By pierce on 2008-05-15 12:03

"เป็นโรคทางพันธุกรรมโรคหนึ่ง"

คนจะเป็นเลี่ยงไม่ได้


Hot! Hot!

#15 By Is'Ohm on 2008-05-15 11:34

ละครเรื่องนี้ดูแล้วขนลุกเลย

เศร้ามากๆ

#14 By Waterlily on 2008-05-15 10:28

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By wanipook on 2008-05-15 10:19

ทำไม

โรคนี้ ถึงต้องเลือกหนูด้วย สะเทือนใจดี

Hot! Hot!

#12 By देवता on 2008-05-15 09:45

แค่อ่านอาการของโรคก็จะร้องไห้แล้วค่ะ ไม่กล้าดูละครเรื่องนี้เลยยยยยยยยยยยยยยย

#11 By Meiko S. on 2008-05-15 08:39

กลับมาอ่านอีกรอบ
(ตอนแรกแวะมาดูเฉยๆ แต่เหมือนจะเห็นว่าอิดิทอะไรเลยลองอ่านละเอียดๆ ดู...)

แค่อ่านอาการของโรคก็ยังรู้สึกเศร้าเลยครับ T^T
(ผมยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้)
ไม่ต้องนึกถึงเลยว่าใครซักคนจะเป็น หรือเราเป็นซะเองนี่จะรู้สึกยังไง...

น่ากลัวสุดๆ Hot!

#10 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2008-05-15 02:50

Hot!

น่าสนใจสุดๆละครับเรื่องนี่
โรดนี้เป็นโรคที่น่ากลัวจริงๆครับ
ดีที่มีโอกาสเกิดน้อย

ข้อมูลละเอียดจริงๆครับ


#9 By BBOnLY on 2008-05-15 01:54

โรคนี้มันเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นกับไทย เพราะละครล่ะเน่อส์
ข้อมูลแน่นมากๆ ค่ะ Hot!

#8 By { tairataraban } on 2008-05-14 23:53

Hot! Hot! Hot!

ข้อมูลดีมากเลยค่ะ

#7 By 「nA✿mae」 on 2008-05-14 23:18

ภาษาอังกฤษเต็มเลย
แต่ความรู้ล้วนๆเลยค่ะ
เยี่ยมมากHot! confused smile
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องน้ำตา1ลิตร

น้ำตาจะไหลอีกรอบ ขนาดดูมานานมากแล้ว

Hot! Hot! เอาไปเลยคะ

#5 By ❉✱ll N ö K ll✱❉ on 2008-05-14 23:07

ไม่ได้อัพนาน เรื่องนี้เคยดูตั้งแต่มันพูดญี่ปุ่นกันนะคะ
สงสารอายะมากๆ แต่หาโรคนี้ในเน็ตไม่เจอแฮะ 55+
มาเจอที่นี่ สุดยอดค่ะ ข้อมูลดีมากๆ Hot!

#4 By Sweet Connie on 2008-05-14 22:41

Hot! ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยค่ะ แต่อ่านข้อมูลแล้วน่าเศร้าจัง
โอ้ ไม่ได้อัพนานเลยนะฮะ *0*

กลับมาอีกทีพร้อมสาระยาวเหยียด

Hot! ให้บอลครับ ^^

#2 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2008-05-14 22:00

หาข้อมูลแบบละเอียดมาตั้งนานแล้วคะ ขอแปะดาวเลยนะคะHot!